{ "Id": 10000131, "PromoteId": 131, "Sort": 116, "Body": 3, "Icon": "UI_AvatarIcon_Nicole", "SideIcon": "UI_AvatarIcon_Side_Nicole", "Name": "Nicole", "Description": "\"แม่มด\" ผู้เงียบงัน, \"ทูตสวรรค์\" ผู้สละเสียง", "BeginTime": "2026-05-19T00:00:00+08:00", "Quality": 5, "Weapon": 10, "BaseValue": { "HpBase": 810.322, "AttackBase": 26.6266, "DefenseBase": 43.79556 }, "GrowCurves": [ { "Type": 1, "Value": 21 }, { "Type": 4, "Value": 31 }, { "Type": 7, "Value": 21 } ], "SkillDepot": { "Arkhe": 0, "Skills": [ { "GroupId": 13131, "Proud": { "Descriptions": [ "ความเสียหายขั้น 1|{param1:F1P}", "ความเสียหายขั้น 2|{param2:F1P}", "ความเสียหายขั้น 3|{param3:F1P}", "ความเสียหายชาร์จโจมตี|{param4:F1P}", "ชาร์จโจมตีใช้พลังกาย|{param5:F1} หน่วย", "ความเสียหายพุ่งลง|{param6:F1P}", "ความเสียหายพุ่งถึงพื้นจากที่ต่ำ/สูง|{param7:F1P}/{param8:F1P}" ], "Parameters": [ { "Id": 1313101, "Level": 1, "Parameters": [ 0.351792, 0.296336, 0.46188, 1.1232, 50, 0.568288, 1.136335, 1.419344 ] }, { "Id": 1313102, "Level": 2, "Parameters": [ 0.378176, 0.318561, 0.496521, 1.20744, 50, 0.614544, 1.228828, 1.534872 ] }, { "Id": 1313103, "Level": 3, "Parameters": [ 0.404561, 0.340786, 0.531162, 1.29168, 50, 0.6608, 1.32132, 1.6504 ] }, { "Id": 1313104, "Level": 4, "Parameters": [ 0.43974, 0.37042, 0.57735, 1.404, 50, 0.72688, 1.453452, 1.81544 ] }, { "Id": 1313105, "Level": 5, "Parameters": [ 0.466124, 0.392645, 0.611991, 1.48824, 50, 0.773136, 1.545944, 1.930968 ] }, { "Id": 1313106, "Level": 6, "Parameters": [ 0.492509, 0.41487, 0.646632, 1.57248, 50, 0.826, 1.65165, 2.063 ] }, { "Id": 1313107, "Level": 7, "Parameters": [ 0.527688, 0.444504, 0.69282, 1.6848, 50, 0.898688, 1.796995, 2.244544 ] }, { "Id": 1313108, "Level": 8, "Parameters": [ 0.562867, 0.474138, 0.739008, 1.79712, 50, 0.971376, 1.94234, 2.426088 ] }, { "Id": 1313109, "Level": 9, "Parameters": [ 0.598046, 0.503771, 0.785196, 1.90944, 50, 1.044064, 2.087686, 2.607632 ] }, { "Id": 1313110, "Level": 10, "Parameters": [ 0.633226, 0.533405, 0.831384, 2.02176, 50, 1.12336, 2.246244, 2.80568 ] }, { "Id": 1313111, "Level": 11, "Parameters": [ 0.668405, 0.563038, 0.877572, 2.13408, 50, 1.202656, 2.404802, 3.003728 ] }, { "Id": 1313112, "Level": 12, "Parameters": [ 0.703584, 0.592672, 0.92376, 2.2464, 50, 1.281952, 2.563361, 3.201776 ] }, { "Id": 1313113, "Level": 13, "Parameters": [ 0.747558, 0.629714, 0.981495, 2.3868, 50, 1.361248, 2.721919, 3.399824 ] }, { "Id": 1313114, "Level": 14, "Parameters": [ 0.791532, 0.666756, 1.03923, 2.5272, 50, 1.440544, 2.880478, 3.597872 ] }, { "Id": 1313115, "Level": 15, "Parameters": [ 0.835506, 0.703798, 1.096965, 2.6676, 50, 1.51984, 3.039036, 3.79592 ] } ], "Display": 0 }, "Id": 11311, "Name": "Allegoria", "Description": "โจมตีปกติ\nบัญชาด้วยภาษาบรรพกาล ทำการโจมตีต่อเนื่องมากสุด 3 ครั้ง เพื่อสร้างความเสียหายไฟ\n\nชาร์จโจมตี\nใช้พลังกายบางส่วน โดยหลังจากร่ายเสร็จ จะสร้างความเสียหายไฟวงกว้าง ไปยังพื้นที่ด้านหน้า\n\nโจมตีพุ่งลงจากอากาศ\nกระโจนจากกลางอากาศลงมายังพื้นดิน เพื่อโจมตีศัตรูที่อยู่ในเส้นทางการโจมตี โดยจะสร้างความเสียหายไฟวงกว้าง เมื่อลงสู่พื้น", "Icon": "Skill_A_Catalyst_MD" }, { "GroupId": 13132, "Proud": { "Descriptions": [ "ความเสียหายสกิล|{param1:F1P}", "#ปริมาณการดูดซับของโล่|{param2:F1P} ของพลังโจมตี +{NON_BREAK_SPACE}{param3:I}", "ระยะเวลาต่อเนื่องของโล่|{param4:F1} วิ", "อัตราส่วนโบนัสพลังโจมตี Grace of Kenosis|{param5:F2P} ของพลังโจมตี", "โบนัสพลังโจมตี Grace of Kenosis สูงสุด|{param6:F1} หน่วย", "ระยะเวลาของ Grace of Kenosis|{param7:F1} วิ", "คูลดาวน์|{param8:F1} วิ" ], "Parameters": [ { "Id": 1313201, "Level": 1, "Parameters": [ 1.384, 2.21184, 1386.6697, 20, 0.0825, 330, 20, 16 ] }, { "Id": 1313202, "Level": 2, "Parameters": [ 1.4878, 2.377728, 1525.356, 20, 0.09, 360, 20, 16 ] }, { "Id": 1313203, "Level": 3, "Parameters": [ 1.5916, 2.543616, 1675.5994, 20, 0.0975, 390, 20, 16 ] }, { "Id": 1313204, "Level": 4, "Parameters": [ 1.73, 2.7648, 1837.4, 20, 0.105, 420, 20, 16 ] }, { "Id": 1313205, "Level": 5, "Parameters": [ 1.8338, 2.930688, 2010.7578, 20, 0.1125, 450, 20, 16 ] }, { "Id": 1313206, "Level": 6, "Parameters": [ 1.9376, 3.096576, 2195.6729, 20, 0.12, 480, 20, 16 ] }, { "Id": 1313207, "Level": 7, "Parameters": [ 2.076, 3.31776, 2392.145, 20, 0.1275, 510, 20, 16 ] }, { "Id": 1313208, "Level": 8, "Parameters": [ 2.2144, 3.538944, 2600.1743, 20, 0.135, 540, 20, 16 ] }, { "Id": 1313209, "Level": 9, "Parameters": [ 2.3528, 3.760128, 2819.761, 20, 0.1425, 570, 20, 16 ] }, { "Id": 1313210, "Level": 10, "Parameters": [ 2.4912, 3.981312, 3050.9045, 20, 0.15, 600, 20, 16 ] }, { "Id": 1313211, "Level": 11, "Parameters": [ 2.6296, 4.202496, 3293.6055, 20, 0.159, 636, 20, 16 ] }, { "Id": 1313212, "Level": 12, "Parameters": [ 2.768, 4.42368, 3547.8638, 20, 0.168, 672, 20, 16 ] }, { "Id": 1313213, "Level": 13, "Parameters": [ 2.941, 4.70016, 3813.679, 20, 0.177, 708, 20, 16 ] }, { "Id": 1313214, "Level": 14, "Parameters": [ 3.114, 4.97664, 4091.0515, 20, 0.186, 744, 20, 16 ] }, { "Id": 1313215, "Level": 15, "Parameters": [ 3.287, 5.25312, 4379.981, 20, 0.195, 780, 20, 16 ] } ], "Display": 0 }, "Id": 11312, "Name": "Revelation: Uncreated Light", "Description": "จำลองภาพของตัวแทนอำนาจศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์ในอดีตขึ้นมาใหม่ มอบเอฟเฟกต์ {LINK#N11310001}Grace of Kenosis{/LINK}{LINK#N11310002}{/LINK} ให้กับตัวละครทั้งหมดในทีมที่อยู่ใกล้เคียง เพิ่มพลังโจมตีของตัวละครเหล่านี้ สร้างความเสียหายไฟวงกว้าง และกางโล่แสงโชติ\nปริมาณการดูดซับความเสียหายของโล่แสงโชติ จะขึ้นอยู่กับพลังโจมตีของ Nicole และมีเอฟเฟกต์ดูดซับความเสียหายไฟ 250%", "Icon": "Skill_S_Nicole_01" } ], "SpecialSkills": [ { "GroupId": 13151, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1315101, "Level": 1, "Parameters": [ 3 ] } ], "Display": 3 }, "Id": 1315101, "Name": "Witch's Eve Rite: Light in the Darkness", "Description": "หลังจากสำเร็จ แบบฝึกหัดของแม่มด: หน้าที่ของผู้นำทาง...? Nicole จะกลายเป็นตัวละครมนตรา เมื่อจัดทีมที่มีตัวละครมนตราอย่างน้อย 2 ตัว จะได้รับเอฟเฟกต์ Hexerei: Secret Rite ซึ่งจะเสริมพลังให้กับตัวละครมนตรา\n\nHexerei: Secret Rite\nเพิ่มความเสียหายที่เกิดจาก {LINK#S11315}ภาพเงาเร้นลับ{/LINK} ของตัวละครมนตรา โดยค่าที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 300% ของพลังโจมตีของ Nicole", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_07" } ], "EnergySkill": { "GroupId": 13139, "Proud": { "Descriptions": [ "ความเสียหายสกิล|{param1:F1P}", "ความเสียหาย ภาพเงาเร้นลับ|{param2:F1P} ของพลังโจมตี ของตัวละครที่เกี่ยวข้อง", "จำนวนการโจมตีของ ภาพเงาเร้นลับ|{param3:I} ครั้ง", "ระยะเวลาของ Silent Contemplation|{param4:F1} วิ", "คูลดาวน์|{param5:F1} วิ", "พลังงานธาตุ|{param6:I}" ], "Parameters": [ { "Id": 1313901, "Level": 1, "Parameters": [ 3.168, 0.99, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313902, "Level": 2, "Parameters": [ 3.4056, 1.08, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313903, "Level": 3, "Parameters": [ 3.6432, 1.17, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313904, "Level": 4, "Parameters": [ 3.96, 1.26, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313905, "Level": 5, "Parameters": [ 4.1976, 1.35, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313906, "Level": 6, "Parameters": [ 4.4352, 1.44, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313907, "Level": 7, "Parameters": [ 4.752, 1.53, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313908, "Level": 8, "Parameters": [ 5.0688, 1.62, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313909, "Level": 9, "Parameters": [ 5.3856, 1.71, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313910, "Level": 10, "Parameters": [ 5.7024, 1.8, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313911, "Level": 11, "Parameters": [ 6.0192, 1.908, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313912, "Level": 12, "Parameters": [ 6.336, 2.016, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313913, "Level": 13, "Parameters": [ 6.732, 2.124, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313914, "Level": 14, "Parameters": [ 7.128, 2.232, 4, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1313915, "Level": 15, "Parameters": [ 7.524, 2.34, 4, 20, 15, 60 ] } ], "Display": 0 }, "Id": 11315, "Name": "Revelation: Ladder of Divine Ascent", "Description": "ถักทอโชคชะตาแห่งการ \"เหนี่ยวรั้ง\" ด้วยเส้นด้ายสีทองจากแสงสวรรค์ สร้างความเสียหายไฟวงกว้าง และสลับเข้าสู่โหมด \"Silent Contemplation\" (ภาวนาพินิจ)\nเมื่อ Nicole อยู่ในโหมดดังกล่าว เมื่อตัวละครในทีมที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นที่อยู่ใกล้เคียงโจมตีโดนศัตรู จะอัญเชิญ \"ภาพเงาเร้นลับ\" ออกมา เพื่อประสานการโจมตีใส่ศัตรู โดยจะสร้างความเสียหายธาตุวงกว้างที่สอดคล้องกัน ตามประเภทธาตุของตัวละครดังกล่าว ซึ่งความเสียหายนี้จะขึ้นอยู่กับพลังโจมตีของตัวละครดังกล่าว และถือว่าเป็นความเสียหายที่สร้างโดยตัวละครนั้น\nเอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้งในทุก 3 วินาที และหลังจาก Nicole สลับเข้าสู่โหมด \"Silent Contemplation\" ในแต่ละครั้ง จะเกิดขึ้นได้มากสุด 4 ครั้ง\n\nนอกจากนี้ ดูเหมือนว่า \"ภาพเงาเร้นลับ\" ของตัวละครมนตรา จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป...", "Icon": "Skill_E_Nicole_01" }, "Inherents": [ { "GroupId": 13121, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1312101, "Level": 1, "Parameters": [ 20, 3, 300 ] } ], "Display": 1 }, "Id": 1312101, "Name": "Methexis", "Description": "ภายใน 20 วินาทีหลังจากใช้สกิลธาตุ {LINK#S11312}Revelation: Uncreated Light{/LINK} แล้ว Nicole จะ \"สังเกตการณ์\" ตัวละครอื่นในทีมที่เข้าต่อสู้อยู่อย่างต่อเนื่อง หลังจากตัวละครที่ถูกสังเกตการณ์ อยู่ในสนามเป็นเวลา 3 วินาที เอฟเฟกต์ {LINK#N11310001}Grace of Kenosis{/LINK} ที่มีอยู่จะเลื่อนขั้นเป็น {LINK#N11310002}Guidance of Theosis{/LINK} ทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 300 หน่วย; หากตัวละครที่ถูกสังเกตการณ์เป็นตัวละครมนตรา เอฟเฟกต์ Grace of Kenosis จะเลื่อนขั้นเป็น Guidance of Theosis ทันที\nเมื่อตัวละครอื่นที่มี Guidance of Theosis ยกเว้น Nicole ออกจากการต่อสู้ เอฟเฟกต์จะถูกเปลี่ยนกลับคืนเป็น Grace of Kenosis", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_05" }, { "GroupId": 13122, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1312201, "Level": 1, "Parameters": [ 8 ] } ], "Display": 1 }, "Id": 1312201, "Name": "Philokalia", "Description": "หลังจากตัวละครในทีมที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น ที่อยู่ใกล้เคียงสร้างความเสียหายธาตุโดนศัตรู {LINK#N11310001}Grace of Kenosis{/LINK} ที่ Nicole มีอยู่ จะเลื่อนขั้นเป็น {LINK#N11310002}Guidance of Theosis{/LINK} เป็นเวลา 8 วินาที", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_06" }, { "GroupId": 13123, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1312301, "Level": 1, "Parameters": [ 5 ] } ], "Display": 0 }, "Id": 1312301, "Name": "Nepsis", "Description": "เมื่อ Nicole ไม่ได้อยู่ในสถานะต่อสู้ขณะอยู่ใน Teyvat หากได้รับ Treasure Compass ของพื้นที่ปัจจุบันแล้ว การชาร์จโจมตีของ Nicole จะเปลี่ยนเป็นการปล่อย \"Emissarial Guidance\": เรียก Seelie ที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยนำทาง ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ที่เทียบเท่ากับ Treasure Compass ของพื้นที่ปัจจุบัน\nเอฟเฟกต์นี้มีช่วงเวลาคูลดาวน์ 5 วินาที และจะไร้ผลเมื่ออยู่ในดันเจี้ยน, Trounce Domain และ Spiral Abyss", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_08" } ], "Talents": [ { "Id": 1311, "Name": "\"Do Not Be Afraid, Child Who Is Loved\"", "Description": "เมื่อการโจมตีของตัวละครในทีมตัวเองที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นโดนศัตรู จะอัญเชิญ \"ภาพเงาเร้นลับ: ผสานรวม\" พิเศษออกมาเพิ่มเติม เพื่อทำการโจมตีประสานใส่ศัตรู และสร้างความเสียหายวงกว้างของธาตุที่สอดคล้องกัน ตามประเภทธาตุของตัวละครดังกล่าว โดยความเสียหายนี้เท่ากับ 600% ของพลังโจมตีของตัวละครดังกล่าว และจะถูกนับเป็นความเสียหายที่ตัวละครนั้นสร้างขึ้น\nเอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้ง ในทุก 6 วินาที", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_01" }, { "Id": 1312, "Name": "\"I Will Guide You and Show You the Path You Should Tread\"", "Description": "เอฟเฟกต์ของสกิลธาตุ {LINK#S11312}Revelation: Uncreated Light{/LINK} จะได้รับการเสริมพลัง: {LINK#N11310001}Grace of Kenosis{/LINK} จะเพิ่มพลังโจมตีขึ้นอีก 300 หน่วย (ไม่นำไปคำนวณรวมกับขีดจำกัดโบนัสพลังโจมตีของเอฟเฟกต์ดังกล่าว) {LINK#N11310002}Guidance of Theosis{/LINK} จะลดความต้านทานธาตุที่สอดคล้องกับประเภทธาตุของตัวละคร ของศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงลง 25% โดยเอฟเฟกต์ลดความต้านทานธาตุจากประเภทธาตุเดียวกัน จะไม่สามารถซ้อนทับกันได้\nนอกจากนี้ เมื่อ Nicole ใช้สกิลธาตุ Revelation: Uncreated Light จะมอบโล่แสงโชติให้กับตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นที่อยู่ใกล้เคียงด้วย", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_02" }, { "Id": 1313, "Name": "\"A Lamp by Your Side, A Light to Shine the Way\"", "Description": "เพิ่มเลเวลสกิลของสกิลธาตุ {LINK#S11312}Revelation: Uncreated Light{/LINK} ขึ้น 3 ระดับ\nเพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15", "Icon": "UI_Talent_U_Nicole_01", "ExtraLevel": { "Index": 2, "Level": 3 } }, { "Id": 1314, "Name": "\"Whether Left or Right, No Matter Which Way You Turn\"", "Description": "เมื่อ {LINK#N11310001}Grace of Kenosis{/LINK} ที่ตัวละครในทีมที่อยู่ใกล้เคียงมีอยู่เลื่อนขั้นเป็น {LINK#N11310002}Guidance of Theosis{/LINK} Nicole จะมอบเอฟเฟกต์ \"Pathfinder's Blessing\" ให้กับพวกเขา เป็นเวลา 20 วินาที โดยตัวละครแต่ละตัวจะได้รับเอฟเฟกต์นี้มากสุดหนึ่งครั้ง ในทุก 16 วินาที\nความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีปกติ, ชาร์จโจมตี, โจมตีพุ่งลงจากอากาศ, สกิลธาตุ และท่าไม้ตายของตัวละครที่มี \"Pathfinder's Blessing\" จะเพิ่มขึ้น โดยค่าที่เพิ่มจะเท่ากับ 70% ของพลังโจมตีของ Nicole เอฟเฟกต์นี้จะหายไป เมื่อเกิดผล 8 ครั้ง หรือเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาต่อเนื่อง\nเมื่อโจมตีโดนศัตรูหลายตัวพร้อมกัน จะใช้จำนวนการเกิดผลตามจำนวนศัตรูที่โดนโจมตี; จำนวนการเกิดผลของ \"Pathfinder's Blessing\" ที่ตัวละครในทีมแต่ละตัวมี จะคำนวณแยกกัน", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_03" }, { "Id": 1315, "Name": "\"You Will Hear My Voice Beside You\"", "Description": "เพิ่มเลเวลสกิลของท่าไม้ตาย {LINK#S11315}Revelation: Ladder of Divine Ascent{/LINK} ขึ้น 3 ระดับ\nเพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15", "Icon": "UI_Talent_U_Nicole_02", "ExtraLevel": { "Index": 9, "Level": 3 } }, { "Id": 1316, "Name": "\"This Is the Path, Walk It Without Delay\"", "Description": "เมื่อ {LINK#N11310001}Grace of Kenosis{/LINK} ที่ Nicole มีอยู่เลื่อนขั้นเป็น {LINK#N11310002}Guidance of Theosis{/LINK} แล้ว Grace of Kenosis ที่ตัวละครทั้งหมดในทีมที่อยู่ใกล้เคียงมีอยู่ จะเลื่อนขั้นเป็น Guidance of Theosis ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ Guidance of Theosis ที่เลื่อนขั้นแล้วทั้งหมด จะไม่ถูกเปลี่ยนกลับเป็น Grace of Kenosis อีกต่อไป\nนอกจากนี้ ความเสียหายที่สร้างโดยตัวละครที่มี Guidance of Theosis จะเพิกเฉยต่อพลังป้องกันของศัตรู 40%", "Icon": "UI_Talent_S_Nicole_04" } ] }, "FetterInfo": { "Title": "เสียงสงัดในใจ", "Detail": "\"แม่มด\" ผู้เงียบงัน, \"ทูตสวรรค์\" ผู้สละเสียง", "Association": 14, "Native": "สมาคมแม่มด", "BirthMonth": 9, "BirthDay": 29, "VisionBefore": "ไฟ", "VisionOverrideUnlocked": "วิชั่น", "ConstellationBefore": "Reliquiarium", "CvChinese": "云鹤追", "CvJapanese": "豊口めぐみ", "CvEnglish": "Sophie Shad", "CvKorean": "Lee So-eun", "CookBonus": { "OriginItemId": 108968, "ItemId": 108974, "InputList": [ 100088, 100061, 100011, 100075 ] }, "Fetters": [ { "Title": "พบกันครั้งแรก...", "Context": "ให้ฉันแนะนำตัวอีกครั้งเหรอ? อืม ครั้งนี้ไม่มีเวทมนตร์แนะนำตัวของ Alice มากวนใจแล้ว อะแฮ่ม ฉันคือ Nicole อย่างที่เธอเห็น ก็แค่... อ๊าาา ทำไมถึงเด้งออกมาอีกแล้วเนี่ย" }, { "Title": "แชท - นิยาย", "Context": "อืม... ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย" }, { "Title": "แชท - รูปปั้น", "Context": "คำอุปมานั้นสื่อความหมายได้ในตัวเองอยู่แล้ว" }, { "Title": "แชท - เงียบงัน", "Context": "ตัวตนที่แท้จริงของฉันในตอนนี้น่ะเหรอ? ก็เป็นแค่ \"คน\" ที่สูญเสียเสียงไปก็เท่านั้นแหละ" }, { "Title": "ฟ้าหลังฝน...", "Context": "จริง ๆ แล้วสมบัติที่ปลายสายรุ้งน่ะ พวก Seelie ฝ่าฝนเอาไปฝังไว้ทั้งนั้น" }, { "Title": "อรุณสวัสดิ์...", "Context": "อรุณสวัสดิ์" }, { "Title": "สวัสดีตอนเที่ยง...", "Context": "สวัสดียามบ่าย" }, { "Title": "สวัสดีตอนเย็น...", "Context": "ช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่แรงบันดาลใจพรั่งพรูออกมาบ่อยที่สุด ดังนั้นมันจึงเป็นเวลาที่ผู้คนในอดีตได้พบเจอกับทูตสวรรค์มากที่สุดด้วย ต้องโทษผู้คนบนพื้นโลกในยุคก่อนนั่นแหละ พวกเราถึงได้กลายเป็นพวกนอนดึกกันไปหมดเลย แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะที่จริงเมื่อก่อนพวกเรา ไม่มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ หรือวงจรการนอนหลับอะไรทำนองนั้นหรอกนะ ถ้าจะพูดให้ถูก คงต้องบอกว่าเป็นการพักฟื้นระบบการทำงาน โดยพยายามหลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางคืนละมั้ง?" }, { "Title": "ราตรีสวัสดิ์...", "Context": "จะนอนแล้วเหรอ? ฝันดีนะ ฝันดี หึหึ" }, { "Title": "เกี่ยวกับตัวของ Nicole เอง - ผลงานยอดนิยม", "Context": "ตราบใดที่ยังเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ ผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาก็ย่อมเป็นได้แค่ผลงานยอดนิยมเท่านั้นแหละ ยกตัวอย่างเช่น คนเราไม่สามารถมีประสบการณ์วิจัยถึงยี่สิบปีได้ ตั้งแต่วันแรกที่เพิ่งเข้าเรียนในสถาบันใช่มั้ยล่ะ? ท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ก็คือการหล่อหลอมรวมกันของช่วงเวลาปัจจุบัน ในเมื่อคนยุคนี้ไม่สามารถเขียนวรรณกรรมคลาสสิกชั้นยอดออกมาได้ งั้นแน่นอนว่าเรื่องราวจะสนุกแค่ไหน ก็แล้วแต่จะแต่งกันออกมาเลย ยังไงซะฉันก็ไม่ใช่คนลงมือจับปากกาเขียนเองอยู่แล้วนี่" }, { "Title": "เกี่ยวกับตัวของ Nicole เอง - อุปมานิทัศน์", "Context": "การใช้อุปมานิทัศน์ก็เป็นวิธีสื่อสารที่พวกทูตสวรรค์สมัยก่อนนิยมใช้กันนะ เพราะว่าคำอุปมาพวกนี้มันมีวันหมดอายุขัยได้น่ะสิ พอสภาพสังคมเปลี่ยนไป กุญแจสำหรับถอดความหมายก็จะสูญหายไปตลอดกาล เฮ้อ ขอบคุณสวรรค์จริง ๆ คือคนโบราณบางคนเนี่ย วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับคำถามแปลก ๆ ซึ่งมันทำให้พวกเราจะตอบก็ไม่ได้ จะไม่ตอบก็ไม่ได้อีก เพราะงั้น ถ้าจู่ ๆ ทูตสวรรค์เริ่มเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยอุปมาอุปไมยให้เธอฟังละก็ เธอคงต้องกลับไปคิดทบทวนดูดี ๆ แล้วล่ะ ว่ามันเป็นปัญหาที่ตัวเธอเองหรือเปล่า ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพละก็ จริง ๆ แล้วในงานประติมากรรมที่ฉันทำขึ้นมา เจ้ากระรอกน้อยก็คืออุปมาแฝงที่หมายถึงมนุษย์ยังไงล่ะ" }, { "Title": "เกี่ยวกับเรา - นักเขียนเงา", "Context": "เธอเองก็มีความรู้รอบตัวไม่น้อยเลยนะ ว่าไง สนใจมาเป็นนักเขียนเงาคนใหม่ของฉันมั้ยล่ะ? หมู่นี้คุณ Nine ชักจะดื้อขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ หลังจากที่ได้สติปัญญากลับคืนมา เขาก็มักจะมาเถียงกับฉันเรื่องเซ็ตติ้งและไอเดียต่าง ๆ อยู่เป็นประจำเลย" }, { "Title": "เกี่ยวกับเรา - การผจญภัย", "Context": "การออกผจญภัยด้วยกันถือได้ว่า เป็นรูปแบบความร่วมมือ ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดสำหรับพวกเราแล้วล่ะ เพราะถ้าจะให้ฉันเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโลกเลยละก็ นั่นแหละถึงจะเป็นการช่วยเหลือที่อันตรายของจริง ฉันน่ะไว้ใจเธอเต็มร้อยเลยนะ แต่ฉันก็ไม่ได้มีอิสรเสรีมากเท่ากับ Alice หรอก ถึงอย่างนั้น ถ้าเล่าให้เธอฟังแค่คนเดียวละก็ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง" }, { "Title": "เกี่ยวกับ \"วิชั่น\"...", "Context": "นี่ไม่ใช่แค่เครื่องประดับนะ แต่มันคือเครื่องพิสูจน์ที่ฉันได้รับมา หลังจากที่เจตจำนงแห่งสวรรค์ยอมรับฉันในฐานะ \"มนุษย์\" อีกครั้งน่ะ การเป็น \"มนุษย์\" หมายถึงอะไรน่ะเหรอ? อืม คงหมายถึงความอิสระ และความไม่ค่อยจะอิสระไปพร้อม ๆ กันละมั้ง พอมาลองคิดดูแบบนี้แล้ว เหมือนสถานการณ์มันก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่เลยนะ" }, { "Title": "ต้องการจะแชร์อะไร...", "Context": "จะให้เล่าจริง ๆ เหรอ? อยากฟังฉันเล่าจริง ๆ ใช่มั้ย? ความจริงแล้วเธอก็แอบอยากฟังอยู่เหมือนกันใช่ม้า? ฮี่ฮี่ ฉันดีใจมากเลยนะ ที่ผ่านมาเวลาฉันเริ่มเล่าตั้งแต่เรื่องเมื่อนานแสนนานมาแล้วเนี่ย ก็เป็นเพราะว่ามันอธิบายให้เข้าใจยากน่ะสิ แต่ถ้าแค่คุยเล่นกันเฉย ๆ ละก็... ขอฉันคิดดูก่อนนะ Arcadia, Lang-Gan, Delphi, Patra... ฉันมีเรื่องให้เล่าเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ" }, { "Title": "ข้อมูลที่น่าสนใจ...", "Context": "เจ้ากระรอกน้อยน่ะเหรอ เธอรู้มั้ยว่าทำไมถึงใช้มันเป็น สิ่งเปรียบเปรยแทน \"มนุษย์\"? อืม คงเป็นเพราะ \"Euarchontoglires\" ละมั้ง เธอเคยได้ยินคำนี้มั้ย? ฉันได้ยินมาจาก Alice น่ะ" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Alice - การพบกัน", "Context": "ในตอนแรกฉันได้สละทั้งความรู้ และพลังส่วนใหญ่ไป แถมสุดท้าย ยังต้องยอมแลกแม้กระทั่งเสียงของตัวเอง เพื่อรักษารูปลักษณ์ของมนุษย์เอาไว้ ฉันใช้ชีวิตเร่ร่อนมานานแสนนานในสภาพแบบนั้น จนกระทั่งได้มาเจอกับ Alice แล้ว หลังจากนั้นหล่อนก็พาฉันเสียคนไปเลย" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Alice - ลูกสาว", "Context": "ที่จริงฉันก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าทูตสวรรค์ตนอื่น ๆ หรอกนะ ตอนที่เลือกสละเสียงของตัวเองไป... ประโยคนั้นเรียกว่ายังไงแล้วนะ... \"สวรรค์ดลใจ\" รึเปล่า? เพราะสิ่งที่สวรรค์ต้องการคือความเงียบงันและการลงทัณฑ์ ฉันเลยคิดว่าการใช้การไม่พูดมาเป็นข้อต่อรอง มันก็น่าจะพอมีน้ำหนักไม่เบาเลยใช่มั้ยล่ะ? พอ Alice ได้ฟังเรื่องราวของฉัน หล่อนก็วิจารณ์ว่า \"ธิดาแห่งท้องทะเล สละเสียงเพื่อแลกกับเรียวขา ธิดาแห่งสายลม สละเสียงเพื่อแลกกับการมีตัวตน และตอนนี้ธิดาแห่งสรวงสวรรค์ ก็ยังสละเสียงเพื่อกลายเป็นมนุษย์ได้อีกเหรอเนี่ย\"" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Klee...", "Context": "Klee น่ารักมาก ๆ เลยล่ะ แต่ Alice กังวลว่าฉันจะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อพัฒนาการทางสมองของหนู Klee เลยไม่อนุญาตให้ฉันแอบจ้องแล้วคุยกับ Klee ตามลำพัง Klee จะมองว่าฉันเป็นคุณน้าที่ทำตัวประหลาดรึเปล่านะ? คราวหน้าเธอช่วยฉันถามหน่อยสิ แล้วก็ช่วยพูดถึงข้อดีของฉันให้เขาฟังเยอะ ๆ ด้วยล่ะ!" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Albedo...", "Context": "ในความเป็นไปได้อีกหนึ่งสายที่ถูกรวบปิดไปแล้ว Albedo คือ \"มนุษย์ต้นแบบ\" ที่เดินทางท่องโลก บันทึกทุกสิ่งและรังสรรค์ทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้หรอกนะว่า ในตอนท้ายของการเดินทาง เขาจะเลือกทำลายล้างหรือรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ โชคดีนะที่ครั้งนี้เธอเป็นคนเริ่มต้นการเดินทางนี้ เรื่องราวของ Albedo ในความเป็นไปได้สายนั้นน่ะเหรอ? ฉันไม่สามารถสังเกตการณ์ได้อีกต่อไปแล้วล่ะ เธอเองก็อย่ามาลอกคำตอบนี้เชียวนะ เพราะการเดินทางของเธอก็คือการเดินทางของเธอเอง" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Mona...", "Context": "สรุปว่า Mona กับ Barbie ก็ยังไม่ยอมมาเจอกันด้วยเหตุผลแปลก ๆ แล้วเอาแต่เขียนจดหมายหากันอยู่อีกงั้นเหรอ? เข้าใจได้ ๆ ก่อนที่ Rhinedottir จะอายุยี่สิบ ฉันก็ไม่เคยเจอตัวจริงของหล่อนเหมือนกัน Alice มักจะบอกเสมอว่าชาว Khaenri'ah ไม่สะดวกที่จะออกมาข้างนอก แต่หล่อนก็ยังเป็นคนคอยส่งจดหมายให้อยู่ดี" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Prune...", "Context": "Alice บอกว่าเพื่อหาความสนุกให้กับชีวิต หล่อนเลยอุปถัมภ์นักล่าแม่มดคนหนึ่ง แถมยังเตือนให้ฉันระวังตัวอย่าให้ถูกนักล่าแม่มดจับตัวไปได้ ฟังดูเป็นเด็กน้อยที่น่าสนใจดีนะ ถ้าเขาหาฉันเจอเมื่อไหร่ ฉันจะยอมไปตามหากล่องสมบัติด้วยกันกับเขาก็ได้" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Durin...", "Context": "ฉันน่ะเป็นแฟนหนังสือยุคแรก ๆ ของ Anya เลยนะ ฉันชอบเรื่องราวของหล่อนทุกเรื่องเลย และการเล่าเรื่องในบทสุดท้าย ที่ดำเนินต่อไปอย่างเป็นนิรันดร์นี้ แน่นอนว่าฉันจะตั้งตารอ และปกป้องมันเป็นอย่างดี" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Zibai...", "Context": "คือว่า... อย่าให้พวกเราต้องเจอกันเลยได้มั้ย ไม่ใช่ว่าเกลียดเขาหรอกนะ แต่ควรจะเรียกว่าเป็นเงามืดในใจมากกว่าละมั้ง? อาการแบบเด็กหลังห้องที่กลัวการเผชิญหน้ากับเด็กหน้าห้องมันก็เป็นแบบนี้แหละ สมัยก่อนพี่สาวชอบเอาแต่พูดถึงน้องสาวผู้แสนจะดีเด่นของอัครทูตสวรรค์เขตข้าง ๆ ให้ฟังอยู่เรื่อย แล้วความถี่ที่ชื่อของเขาโผล่มาเข้าหูนี่มันบ่อยสุด ๆ ไปเลยล่ะ" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Yae Miko...", "Context": "ความน่าเสียดายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ก็คือ ยุคสมัยของ Anya และยุคสมัยของสำนักพิมพ์ Yae ไม่ได้มาบรรจบกัน ในมุมมองของฉัน การเขียนเพื่อแสวงหากำไรเชิงพาณิชย์ กับสไตล์ของ Anya ไม่ได้ขัดแย้งกันเลย แม้จะบอกว่ายัยหนู Yae ทำไปเพื่อขายหนังสือเอากำไรก็เถอะ แต่รสนิยมของเขาเองก็เป็นสิ่งที่ค้ำจุนสำนักพิมพ์ Yae และยุคสมัยนั้นเอาไว้ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สั่งให้ นักเขียนทำงานซ้ำซาก หรือผลิตงานที่เหมือน ๆ กันออกมาเป็นจำนวนมากเพียงเพราะ พล็อตเรื่องหรือหัวข้อนั้นกำลังเป็นที่นิยม กลยุทธ์ของเขาคือการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ที่ทุกคนน่าจะชื่นชอบออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนต่างหาก" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Fischl...", "Context": "เจ็บใจชะมัด ความชื่นชม ของเด็กสาวคนนี้ควรจะเป็นของฉันสิ คุณ Nine ก็แค่เอาไอเดียของฉันไปลงรายละเอียด ขัดเกลา แล้วก็ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเท่านั้นเอง" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Nicole - 1", "Context": "เอาจริง ๆ การสร้างประติมากรรม ก็คือวิธีบันทึกเรื่องราวในแบบของฉันนั่นแหละ เพราะการจดบันทึกด้วยภาษา อาจสูญเสียความหมาย หรือถึงขั้นถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา ส่วนภาพวาดก็จะกลายเป็นความว่างเปล่าเมื่อสีลอกล่อน แต่อย่างน้อย งานประติมากรรมก็คงอยู่ได้ยาวนานกว่า ไม่ใช่เพราะฉันลายมือห่วยแล้วขี้เกียจเขียน หรือขี้เกียจฝึกวาดรูปหรอกนะ" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Nicole - 2", "Context": "อืม ความคิดที่อยากจะแต่งนิยายของตัวเอง มันปะทุขึ้นมาหลังจากที่ได้อ่านนิยายของ Anya น่ะ เพิ่งรู้เลยนะว่าอุปมานิทัศน์ที่เหล่าทูตสวรรค์ชอบใช้ จะเอามาผสานเข้ากับเรื่องราวสนุก ๆ ได้ลงตัวขนาดนี้ ฉันเองก็มีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเล่า มีความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน มันคงเป็นแรงกระตุ้นที่เกิดจากความรู้สึกถึงภารกิจ และสิ่งยั่วยวนในการบรรลุคุณค่าของตัวเองละมั้ง แต่สุดท้ายฉันก็พ่ายแพ้ให้กับความขี้เกียจของตัวเองอยู่ดี" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Nicole - 3", "Context": "ความรู้ที่สูญเสียไปสามารถค่อย ๆ เรียนรู้ใหม่ได้ พลังที่สูญหายไปสามารถนำกลับคืนมาได้ด้วยการฝึกฝนหรือวิธีอื่น ๆ ส่วนความเป็นไปได้ที่ถูกทำลายและถูกรวบปิดเหล่านั้น ทางที่ดีก็ลืมมันไปซะเถอะ เพราะปัจจุบันที่มั่นคงคือรูปแบบที่ดีที่สุดแล้ว หากความเสียใจและความสำนึกผิดถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง บางทีมันอาจจะลุกลาม กลายเป็นอนาคตที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ได้" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Nicole - 4", "Context": "เหล่าทูตสวรรค์ที่เลือกละทิ้งสติปัญญา และหันไปเลือกพลัง ได้กลายเป็น \"มังกรร้าย\" ที่ไม่มีลักษณะเฉพาะของธาตุที่ชัดเจนอย่าง Ursa พวกมันถูกเหล่าฮีโร่ไล่ล่าจนแทบจะหมดสิ้นไปในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถ้าตอนนั้นฉันเลือกรูปแบบพลังแบบมังกรละก็... อืม นึกภาพไม่ออกเลย แต่ที่แน่ ๆ เกล็ดจะต้องเป็นสีเงินระยิบระยับชัวร์" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Nicole - 5", "Context": "\"มนุษย์\" ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจ และเปล่งประกายอะไรขนาดนี้ การที่ฉันละทิ้งปีกไป ไม่ได้หมายถึงการร่วงหล่น แต่เพื่อที่จะได้สัมผัสต่างหาก และการที่ฉันละทิ้งเสียงไป ก็ไม่ใช่เพื่อความเงียบงัน แต่เพื่อที่จะได้ตั้งใจฟังก่อนที่จะไปตัดสินใคร ศักยภาพอันศักดิ์สิทธิ์ สถิตอยู่ในตัวของพวกเธอทุกคน ทุก ๆ วันที่ได้ก้าวเดินไปบนโลกมนุษย์ ฉันรู้สึกว่ามันน่าสนุกเอามาก ๆ เลยล่ะ" }, { "Title": "งานอดิเรกของ Nicole...", "Context": "เรื่องนั้นยังต้องพูดอีกเหรอ" }, { "Title": "เรื่องกลุ้มใจของ Nicole...", "Context": "ตอนนี้เพื่อนที่สนิทกับฉันทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าฉันเป็นคนช่างพูดช่างคุย งั้นฉันก็ไม่ต้องแสร้งทำอีกแล้วใช่รึเปล่า? แต่ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเธอจะปวดหัว จนไม่อยากจะสนใจฉันอีกรึเปล่าล่ะ? อืม หนู Klee ยังไม่โตเลยนี่นา งั้นฉันขอแสร้งทำเป็นคนเรียบร้อยต่อไปอีกสักพักก็แล้วกัน" }, { "Title": "อาหารที่ชอบ...", "Context": "อันที่จริงฉันก็ไม่ใช่คนเลือกกินหรอกนะ แต่ฉันจะชอบพวกพริก ต้นหอม แล้วก็กระเทียมมากเป็นพิเศษน่ะ ยิ่งรสจัดเท่าไหร่ยิ่งดี เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ชอบที่รสชาติมันหรอก แต่เป็นเพราะฉันไม่ต้องอ้าปากพูด ก็เลยไม่ต้องกลัวว่าจะเผ็ดจนแสบคอยังไงล่ะ คราวก่อนที่ไปแข่งกินเผ็ดกับ Alice และ Barbie สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายชนะล่ะ ถึงน้ำตาจะไหลไม่หยุด แถมปากบวมเจ่อจนปวดไปหมดก็เถอะ แต่ฉันก็ชนะอยู่ดี จะแสบคอหรือมีกลิ่นปากน่ะเหรอ หึหึ ฉันไม่สนหรอก แต่แน่ล่ะว่า ฉันแปรงฟันบ้วนปากหลังจากนั้นอย่างดีแล้ว" }, { "Title": "อาหารที่เกลียด...", "Context": "อืม... คำถามนี้เล่นเอาฉันไปไม่เป็นเลย ขอแค่อาหารไม่ได้ถูกทำออกมาจนเละเทะ ฉันก็คงกินได้หมดแหละมั้ง" }, { "Title": "ได้รับของขวัญ - 1", "Context": "โอ้โห นี่มันอร่อยเกินไปแล้วนะเนี่ย!" }, { "Title": "ได้รับของขวัญ - 2", "Context": "ฉันสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเธอแล้วล่ะ อร่อยมากจริง ๆ" }, { "Title": "ได้รับของขวัญ - 3", "Context": "กะ...กลิ่นนี้ ไม่ไหวแล้ว Alice ฉันทนไม่ไหวแล้ว..." }, { "Title": "วันเกิด...", "Context": "สุขสันต์วันเกิดนะ! ของขวัญวันเกิดของเธอ ฉันเอาไปซ่อนไว้ในหีบสมบัติแล้วล่ะ ข้างหน้ายังมี ปริศนาที่ฉันตั้งใจเตรียมเอาไว้ด้วย ให้ฉันพาเธอไปเอาเถอะนะ!" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทนำ", "Context": "\"ทุกคนต่างตื่นตระหนก สายตาของพวกเขาที่มองไปยัง Nicole นั้นฉายแววไม่อยากจะเชื่อ: 'Nicole นี่เธอทำอะไรลงไป? เธอทำให้ Alice สลบไปทำไม?'...\"" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - ชี้แจง", "Context": "\"Nicole ไม่ได้ร้อนรนแต่อย่างใด เธอชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว: 'Alice ใช้พลังไปหมดแล้ว ขืนอยู่ในสนามรบต่อไปก็เป็นได้แค่ตัวถ่วง พาหล่อนไปพักผ่อนเถอะ'\"" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - มุมมองอื่น ๆ", "Context": "\"'ถ้าไม่มี Alice แล้วพวกเราจะไปต่อกรกับ Rhinedottir ได้ยังไง?' ทุกคนไม่สนใจคำแนะนำของ Nicole เพียงเห็น Nicole ก้าวเดินไปข้างหน้า...\"" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทสรุป", "Context": "\"'ผู้ที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอ คือทูตสวรรค์ที่ร่อนเร่ไปทั่วผืนแผ่นดินมาหลายพันปี' เมฆหมอกจางหาย ราตรีเลือนลับ บันไดทองคำทอดตัวลงมาจากฟากฟ้า Nicole ก้าวขึ้นสู่บันไดศักดิ์สิทธิ์นั้นทีละก้าว\"" }, { "Title": "โจมตีอย่างหนักพิเศษ - 1", "Context": "ได้กลิ่นสมบัติล่ะ" }, { "Title": "โจมตีอย่างหนักพิเศษ - 2", "Context": "อยู่ไหนนะ อยู่ไหนเอ่ย" }, { "Title": "โจมตีอย่างหนักพิเศษ - 3", "Context": "..." }, { "Title": "สกิลธาตุ - 1", "Context": "ฉันว่าไม่นะ" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 2", "Context": "ถอยร่น" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 3", "Context": "ขัดขืน" }, { "Title": "ท่าไม้ตาย - 1", "Context": "เก็บเป็นความลับกับทุกคนด้วยนะ" }, { "Title": "ท่าไม้ตาย - 2", "Context": "ตัวฉันอยู่ในนั้นมาตลอด" }, { "Title": "ท่าไม้ตาย - 3", "Context": "\"ข้าขอใช้เจตจำนงแห่งตน แทนที่เจตจำนงแห่งสวรรค์\"" }, { "Title": "เปิดหีบสมบัติ - 1", "Context": "โอ้ววว! อะแฮ่ม อืม" }, { "Title": "เปิดหีบสมบัติ - 2", "Context": "ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของพี่น้องคนไหน แต่ก็ซ่อนได้ไม่เลวเลยนะ" }, { "Title": "เปิดหีบสมบัติ - 3", "Context": "..." }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 1", "Context": "ช่วยด้วย! Alice! Barbie! ใครก็ได้มาเปลี่ยนตัวที!" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 2", "Context": "หวาาา!" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 3", "Context": "...!" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 1", "Context": "พอแค่นี้แหละ ถอยกันเถอะ" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 2", "Context": "...!" }, { "Title": "หมดสติ - 1", "Context": "ไอเดียนิยายเรื่องใหม่... ยังไม่ได้... เล่าเลย..." }, { "Title": "หมดสติ - 2", "Context": "ความเป็นไปได้ทั้งหมด... ถูกรวบปิดซะแล้ว..." }, { "Title": "หมดสติ - 3", "Context": "..." }, { "Title": "โดนโจมตีอย่างหนัก - 1", "Context": "อึ่ก..." }, { "Title": "เข้าร่วมทีม - 1", "Context": "ฉันจะเปิดเผยให้เห็นเอง" }, { "Title": "เข้าร่วมทีม - 2", "Context": "หึหึ..." }, { "Title": "เข้าร่วมทีม - 3", "Context": "..." } ], "FetterStories": [ { "Title": "ข้อมูลตัวละคร", "Context": "เรื่องราวมากมายที่ Nicole คิดขึ้นมา ล้วนเริ่มต้นด้วย \"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...\"\nนานมาแล้ว แสงไฟของอาณาจักรทั้งหลายเคยประดับประดาเต็มผืนแผ่นดินดุจไหมทองคำ นานมาแล้ว บรรดาธิดาแห่งสวรรค์ เคยเดินทางไปมาระหว่างสวนแห่งทวยเทพกับนครของมนุษย์อย่างไร้กังวล นานมาแล้ว เจ้าแห่งยุคเก่าผู้ตกสู่ความมืดมิด ยังไม่ได้นำหายนะกลับสู่แผ่นดินบ้านเกิดของเขา นานมาแล้ว สามจันทราที่โคจรสูงเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน ยังคงอยู่ครบถ้วนทั้งสามดวง...\nกาลเวลาไม่หยุดนิ่ง มุกไหลเวียนหยกผันแปร เมล็ดพันธุ์อัคนีของสรวงสวรรค์ ได้ดับสูญไปพร้อมกับชีวิตในสังสารวัฏอันไร้ความหวัง ผู้รับใช้ที่เคยภักดีต่อผู้ปกครองได้หักหลังเพื่อชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น ราชามังกรสีดำหวนคืนจากห้วงดารา ราชรถแสงจันทร์แตกสลายราวกับแก้วไพฑูรย์...\n\"เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน เธอพูดกว้างเกินไปแล้ว เอาแต่ละเรื่องในนี้มาแยกขยายความ ก็พอจะเขียนเป็นหนังสือได้เล่มหนึ่งเลยนะ\" แม่มดผู้จับปากกาเขียนเรื่องราวยกมือขึ้นขัดจังหวะคำพูดของ Nicole เธอขมวดคิ้วครุ่นคิด เรื่องราวที่มีมากเกินไปก่อให้เกิดห้วงความคิดมากมาย จนทำให้เธอกลับไม่รู้ว่าจะเขียนต่อไปยังไงดี\n\"แบบนี้ก็ดีออก การทิ้งปมปริศนาไว้เยอะ ๆ แบบกระชับและรวดเร็วแบบนี้ ต้องดึงดูดผู้อ่านได้เยอะแน่!\" แม่มดผู้ร่าเริงนอนเอนกายอยู่บนตุ๊กตา Dodoco ของเธอพลางหัวเราะร่วน ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าจะมีผู้อ่านทั่วไปได้อ่านผลงานของเพื่อนตัวเองรึเปล่า แต่แค่ได้จัดงานเลี้ยงน้ำชา ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอมีความสุขไปได้อีกนานแล้ว\n\"ฮิฮิฮิ... นอกจากผู้อ่านแล้ว เรื่องราวพวกนี้อาจดึงดูด 'ผู้มาเยือน' ที่มีสถานะสูงกว่ามาด้วยก็ได้นะ\" แม่มดผู้หยั่งรู้อนาคตหัวเราะเบา ๆ เธอได้เปิดม่านแห่งอนาคตออกตั้งนานแล้ว แต่กลับไม่เคยเอ่ยถึงสิ่งที่ตัวเองรับรู้และมองเห็นเลย... เพราะยังไงซะ แก่นแท้ของโชคชะตา ก็ไม่อาจเปิดเผยให้ผู้อื่นเห็นได้ง่าย ๆ\n\"งั้นเหรอ? งั้นก็ยิ่งน่าสนใจเลยสิ ฉันเองก็ตั้งตารอที่จะเจอ 'ผู้มาเยือน' เหล่านั้นเหมือนกัน\" แม่มดผู้ใฝ่รู้ปรบมืออย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ดูเหมือนว่าเธอกำลังตั้งตารอการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่จริง ๆ\n\"...\" แม่มดที่กำลังจะออกเดินทางไกลอีกครั้งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เธอเคาะส้นรองเท้าบูทอันหนาเตอะลงบนพื้น เสียงขลุกขลักในกระเป๋าเดินทางที่อยู่ข้าง ๆ ก็หยุดลงทันที จากนั้นเธอก็กลับมาจิบชาอย่างสบายใจอีกครั้ง\n\"จะ...จริงเหรอ? งั้นฉันเล่าเรื่องอื่นแทนดีมั้ย? แบบที่ลงรายละเอียดหน่อยน่ะ?\"\nแม่มดผู้ไร้เสียงกะพริบตา\nยังไงซะเวลางานเลี้ยงน้ำชาก็ยังอีกยาวนาน เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปเล่าเรื่องอื่นแทน\n\"กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว...\"" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 1", "Context": "ในบรรดาทูตแห่งสวรรค์ Nicole เป็นกลุ่มที่อายุน้อยที่สุด\nภายใต้ความเมตตาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์เบื้องบน เธอได้รับสติปัญญาและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับพี่น้องคนอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามเจตจำนงอันสูงสุดนั้น\nเหล่าทูตสวรรค์อาวุโสบอกเล่าแก่เธอว่า:\nทูตสวรรค์เคยจุดดวงไฟในฝ่ามือ สอนให้มนุษย์ใช้มันขับไล่ความมืดมิด ย่างเมล็ดพืชและเนื้อสัตว์ ขับไล่อสูรที่แยกเขี้ยว ทูตสวรรค์เคยนำป่านมาควั่นเป็นเชือก สอนให้มนุษย์หย่อนมันลงตามหน้าผา ถักทอเสื้อผ้าและรองเท้า และประกอบเรือที่สามารถข้ามแม่น้ำได้ ทูตสวรรค์เคยบอกเล่าถึงปรัชญาและอุดมคติ สอนให้มนุษย์ยึดถือมันเป็นแรงผลักดันและขยันหมั่นเพียร ก้าวข้ามอุปสรรคอันยากลำบาก และจินตนาการถึงความฝันที่เป็นของมนุษย์เท่านั้น\nหลังจากนั้น...\nเหล่าทูตสวรรค์อาวุโสบอกเล่าแก่เธอว่า:\nมีนครรัฐหนึ่งที่ควบคุมเมล็ดพันธุ์อัคนีไว้ เพื่อให้แสงสว่างในเมืองไม่มีวันดับสูญ แต่พวกเขากลับใช้ไฟเผาทำลายพี่น้องร่วมชาติ แสงแห่งไฟเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน แต่กลับเผาผลาญเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน แผ่นดินที่ถูกไฟเผานั้นราบเรียบราวกับกระจก และไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออีกต่อไป หลังจากนั้นผู้บริสุทธิ์อีกมากมาย ก็ถูกบังคับให้ต้องร่อนเร่พเนจร ท้ายที่สุด สวรรค์เบื้องสูงก็ได้ดับเมล็ดพันธุ์อัคนีของนครรัฐนี้ ไถพรวนแผ่นดินที่ไร้ซึ่งชีวิต และใช้ชีวิตของผู้ที่ถูกลงทัณฑ์ปลุกชีวิตให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง; มีนครรัฐหนึ่งที่ใช้เชือกถักทอสรรพสิ่ง แต่กลับคิดที่จะใช้เชือกทองคำในมือปีนป่ายขึ้นไปยังสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาวาดเชือกทองคำนับไม่ถ้วนลงบนผืนผ้าใบ แล้วนำมันออกมาจากในภาพ นำมาพันรวมกันจนกลายเป็นหอคอยที่ห้อยกลับหัว ชูชันขึ้นสู่สวรรค์เบื้องสูง เพื่อพยายามเด็ดผลไม้สูงสุดในจินตนาการของพวกเขา ท้ายที่สุด สวรรค์เบื้องสูงก็ได้ตัดเชือกอันโอหังนั้นทิ้ง กักขังผู้ล่วงละเมิดที่พยายามจะก้าวล่วงสวรรค์ไว้ในผืนผ้าใบ ให้ถูกพันธนาการด้วยเชือกทองคำที่พวกเขาถักทอขึ้นมาเองชั่วนิรันดร์ แล้วให้คนที่อยู่นอกภาพวาดคุกเข่าลง ไม่สามารถแหงนหน้ามองฟ้าได้อีกต่อไป; มีนครรัฐหนึ่งที่ทุ่มเทสติปัญญาทั้งหมดในโลก เพื่อแสวงหาความรู้แจ้งสูงสุด พวกเขาสลัดทิ้งรูปกายที่มองว่าเป็นภาระของตน แล้วกระโจนลงสู่ทะเลลึกอันมืดมิดทีละคน เหลือไว้เพียงเปลือกนอกที่ว่างเปล่าลอยอยู่บนผิวน้ำ ทุกคนต่างใช้ดวงตาและมือของเปลือกนอกนี้เพื่อสำรวจโลก ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสัมผัสกับห้วงเหวอันมืดมิดที่อยู่นอกโลกนี้ สวรรค์เบื้องสูงก็ได้ทำให้น้ำทะเลระเหยจนแห้งเหือด ชำระล้างปัญญาที่ทำให้พวกเขาคลุ้มคลั่งจนหมดสิ้น แล้วย้อนพวกเขากลับสู่รูปร่างดั้งเดิม เพื่อตัดซึ่งจินตนาการอันบ้าคลั่งแห่งบาปอันลึกล้ำ\n\"กฎไม่อาจถูกหยั่งเชิง กฎไม่อาจถูกสงสัย และกฎไม่อาจถูกละเมิด\"\nพี่สาวคนโตผู้นั้นที่ครั้งหนึ่งเคยใกล้ชิดกับจ้าวแห่งท้องนภามากที่สุด ได้กล่าวเตือนไว้เช่นนี้\n\"เมื่อทำผิด ย่อมต้องรับการลงทัณฑ์\"\nNicole ก็เคยเชื่อมั่นเช่นนี้" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 2", "Context": "\"ท่านทูตที่เคารพ ฉันมีเรื่องอยากจะขอคำชี้แนะจากท่านอีกสักข้อ\"\nเช้าตรู่ของอีกวัน เด็กสาวคนหนึ่งได้เคาะประตูวิหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเมืองปราการอีกครั้ง\nNicole นั่งตัวตรงอยู่บนพรม พลางส่งยิ้มเป็นสัญญาณให้เด็กสาวเริ่มพูด เด็กสาวที่ก้าวเข้ามาในโถงด้านในก็ฉีกยิ้มเช่นกัน พร้อมทั้งรีบพรั่งพรูความคิดทั้งหมดของตัวเองเมื่อคืนออกมาอย่างไม่รอช้า แม้เธอจะพูดเร็วราวกับนกที่บินโฉบผ่านผิวน้ำ แต่ Nicole ก็ยังคงฟังได้อย่างชัดเจน เพราะยังไงเธอก็เป็นทูตสวรรค์ที่เก่งกาจมากนี่นา\nเด็กสาวผู้นี้เป็นคนที่ใฝ่รู้ที่สุดในเมือง ตั้งแต่ที่ Nicole ถูกส่งมาคุ้มครองสถานที่แห่งนี้ ก็มีคำถามของเธอที่เยอะที่สุดและแปลกประหลาดที่สุด ในสายตาของเธอนั้น ราวกับว่าโลกใบนี้คือปริศนาที่ไม่อาจไขกระจ่างได้\nคนโง่เขลาในเมืองเคยกลัวว่าเด็กสาวผู้นี้ จะตั้งคำถามที่ล้ำเส้นจนนำภัยพิบัติมาสู่นครรัฐ จึงใช้โซ่ตรวนล่ามเธอไว้ในห้อง โดยหวังจะใช้ความหิวโหยและความหวาดกลัว เพื่อหยุดยั้งความสงสัยในหัวของเธอ\nแต่หลังจากผ่านไปห้าวัน เมื่อพวกคนเขลาเปิดประตูห้องขัง กลับพบว่าเด็กสาวกำลังใช้เหลี่ยมมุมของโซ่ตรวน ขีดเขียนสมการอันซับซ้อนลงบนพื้นบรรทัดแล้วบรรทัดเล่า ในตอนที่ผู้คนก้าวเข้ามาในห้องอย่างลังเล สิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่การยอมจำนนและความเงียบงัน แต่เป็นเสียงตวาดลั่น\n\"อย่ามาแตะต้องสมการของฉัน!\"\nบางทีอาจเป็นเพราะหวั่นเกรงต่อสติปัญญาอันแรงกล้าในดวงตาของเธอ หรือบางทีเหล่าคนเขลาอาจตระหนักได้ถึงความเคารพที่พึงมีต่อผู้มีปัญญาในที่สุด ผู้คนจึงปลดโซ่ตรวนของเธอออกด้วยความหวาดหวั่น แล้วส่งตัวเธอไปอยู่ตรงหน้า Nicole\nคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเธอกลับทำให้ Nicole อิ่มเอมใจอย่างมาก เพราะในฐานะทูตสวรรค์รุ่นเยาว์ที่สุด เธอแทบไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ชี้นำมนุษย์อย่างจริงจังเลย... ก่อนหน้าเธอนั้น มีทูตสวรรค์มากมายคอยมอบความกระจ่างให้ผู้คนไปแล้ว ตอนนี้ผู้คนบนพื้นดินต่างก็ฉลาดกันมาก ถึงขั้นฉลาดจนทำให้พี่สาวคนโตท่านนั้นรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง และยังฉลาดจนทำให้ Nicole ไม่มีพื้นที่ให้ได้แสดงฝีมือเลย\nแต่ตอนนี้ ในที่สุดก็มีโอกาสที่หายากแบบนี้แล้ว\n\"ท่านทูตที่เคารพ ทำไมผลไม้บนต้นถึงร่วงหล่นลงมาเสมอเลยล่ะ?\"\n\"...ทำไมเสียงคำรามของสายฟ้าถึงมาถึงช้ากว่าแสงสว่างของมันอยู่เสมอ?\"\n\"...ทำไมดวงจันทร์ถึงมักจะขึ้นและตกอยู่ตรงหน้าเราเสมอ แทนที่จะลอยหายไปไกล ๆ?\"\n...เฮ้อ ก็แค่เรื่องแรงโน้มถ่วง ความเร็วแสง และความเร็วเสียงเองนี่นา... ขอแค่ไม่ให้ฉันต้องมานั่งคำนวณโจทย์ด้วยตัวเอง หรือว่าต้องมาพิสูจน์สูตรโดยตรง ตอนนี้ก็น่าจะพออธิบายพวกแนวคิดกับหลักการง่าย ๆ ด้วยปากเปล่าได้ เรื่องแค่นี้ยังถือว่าง่ายอยู่แหละ ว่าแต่เด็กคนนี้เรียนรู้เร็วเกินไปรึเปล่านะ ถ้าเรียนรู้เร็วขนาดนี้ อีกไม่กี่วันคงไม่ใช่ว่าจะมาถามฉันเรื่องสูตรของการไหล สูตรวิถีดวงดาว และอุณหพลศาสตร์อะไรพวกนี้หรอกนะ? ขอร้องล่ะ ฉันพูดเรื่องพวกนั้นไม่เป็นหรอกนะ...! แถมความเร็วนี้มันไม่ปกติจริง ๆ ด้วย ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้พี่สาวบอกว่า นครรัฐที่ชื่อว่า Lang-Gan คนในนั้นเหมือนจะยังเรียนรู้วิธีทอผ้ากันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ...? เอ๊ะ... ไม่สิ ๆ รูปแบบการเรียนรู้ของที่นั่นเหมือนจะแปลกมากเหมือนกัน พอคนกลุ่มหนึ่งเรียนรู้วิธีทอผ้าเสร็จ อีกกลุ่มก็จะรีบมาเรียนเรื่องการคำนวณทางคณิตศาสตร์ต่อทันที ทุกคนต่างคนต่างเรียน หรือว่านี่คือสูตรคนยิ่งเยอะยิ่งเรียนได้เร็วเหรอ โชคดีที่พี่สาวทูตสวรรค์ของที่นั่นสอนไหว พี่สาวเคยบอกชื่อของหล่อนกับฉันรึเปล่านะ? ชื่ออะไรนะ... เดี๋ยวก่อน ๆ อย่าคิดฟุ้งซ่านสิ! แก้ปัญหาตรงหน้าก่อนดีกว่า คืนนี้ค่อยเตรียมตัวอ่านความรู้อื่น ๆ ล่วงหน้า อืม เอาตามนี้แหละ\nสุดท้ายแล้ว เมื่อสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเด็กสาว ทูตสวรรค์ที่นั่งตัวตรงอยู่บนพรมก็รู้สึกพึงพอใจในตัวเอง เธอกระแอมไอสองครั้ง ขยับตัวเล็กน้อย และเริ่มตอบคำถามรอบใหม่\n\"อะแฮ่ม ถ้างั้นคำตอบของคำถามนี้ก็คือ...\"" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 3", "Context": "\"ท่านทูตที่เคารพ...\"\nเด็กสาวผู้ชาญฉลาดนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า Nicole ผู้มีใบหน้าไม่แปรเปลี่ยน เธอคือทายาทของปราชญ์คนแรกผู้นั้น และได้ตั้งคำถามมาแล้วนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับท่านอื่น ๆ ก่อนหน้า นครรัฐเองก็ยอมรับในสติปัญญาของเธอมาเนิ่นนานแล้ว\nเรือที่แล่นอยู่นอกหน้าต่างพุ่งผ่านกลางอากาศไปอย่างรวดเร็ว คนบังคับหางเสือบนเรือควบคุมกระแสลมได้อย่างชำนาญ ผู้คนที่สวมชุดผ้าไหมต่างพูดคุยเรื่องปรัชญาและวรรณกรรมกันอย่างอิสระ ดวงไฟในห้องของพวกเขาสว่างไสวอยู่อย่างสงบชั่วนิรันดร์\nแต่ในนครรัฐที่ไร้ความกังวลแห่งนี้ คนที่ฉลาดที่สุดในนครรัฐกลับยังคงถูกความสับสนรบกวนจิตใจ... เหล่านักปราชญ์ในอดีต ล้วนไม่เคยนึกถึงคำถามที่เธอขบคิดมาก่อน\nดังนั้น เธอจึงมาพบทูตสวรรค์ที่ตอบคำถามมานับไม่ถ้วนท่านนั้นอีกครั้ง และเอ่ยถามข้อสงสัยของตนออกไปอย่างนอบน้อม\n\"จุดประสงค์ของโลกนี้คืออะไรเหรอ?\"\nคำถามที่แปลกประหลาดทำให้ทูตสวรรค์รู้สึกลำบากใจ แม้จะด้วยสติปัญญาที่ได้รับความโปรดปรานจากเบื้องบน เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี...\nจุดประสงค์ก็คือจุดสิ้นสุด สรรพสิ่งทั้งปวงที่ถูกสร้างขึ้นโดยอำนาจสูงสุด จุดสิ้นสุดย่อมเป็นการดับสูญ เพราะทุกสรรพสิ่ง ไม่ควรดำรงอยู่เป็นนิรันดร์โดยไม่ดับสูญ\nแต่ว่าพี่สาวคนนั้นบอกว่าโลกนี้ก็ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังอำนาจสูงสุดเหมือนกันนี่นา แต่โลก... จะสูญสลายไปด้วยมั้ย?\nแต่...\nความคิดของ Nicole หยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะเธอถูกถามจนตอบไม่ได้ จึงหยุดคิดไปอย่างกระอักกระอ่วน\nแต่เป็นเพราะความเมตตาจากสรวงสวรรค์ ไม่ตอบรับเสียงเรียกของเธออีกต่อไปโดยไม่ทราบสาเหตุ\nทูตสวรรค์ที่อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ณ ที่แห่งนี้พลันตกอยู่ในความสับสน ความสงบอันว่างเปล่าทำให้เธอไม่มีสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว โลกของเธอไม่เคยเงียบสงัดขนาดนี้มาก่อน...\nหลังจากนั้น เธอมองผ่านประตูห้องที่เปิดกว้างและได้เห็นว่า ท่ามกลางฟ้าดินมีสายฝนสีชาดที่ประกอบด้วยขนนกและไฟร่วงหล่นลงมา ตะปูยักษ์แห่งการพิพากษาลงทัณฑ์ผืนปฐพี ทุกครั้งที่เกิดเสียงดังกึกก้อง จะมีเมืองแห่งหนึ่งที่ไม่มีเสียงใดอีกต่อไป\n\"...ไปกันเถอะ\"\n\"ท่านทูต...\"\nทูตสวรรค์ลุกพรวดขึ้น จับไหล่ของเด็กสาวแล้วเขย่าไปมา พร้อมตะโกนว่า:\n\"พาทุกคนมา ตามฉันมา! เร็วเข้า!\"\nแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่มีความโปรดปรานติดตัวอีกต่อไป แต่การพาผู้คนหลบหนี ก็ยังเป็นสิ่งที่เธอทำได้อยู่\nและแล้วการเดินทางอันน่าหวาดหวั่นก็เริ่มต้นขึ้น ผู้คนที่สูญเสียทุกสิ่งต่างไม่มีใครรู้ว่าควรทำอย่างไร พวกเขาลืมวิธีเอาชีวิตรอดด้วยสองมือของตัวเองไปนานแล้ว แม้แต่ผ้าไหมที่งดงามก็ไม่อาจป้องกันลมและฝน กระทั่งความหนาวเหน็บในป่าได้\n\"ไม่เป็นไร ฉันจะสอนเธอเอง เหลาไม้ให้เป็นแบบนี้ แล้วค่อยเอาไปลนไฟ จากนั้นก็... หวา! ไหม้แล้ว ไหม้แล้ว! ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่...\"\n\"ฝนหินให้แหลมก่อน ใช่ แบบนั้นแหละ... ดูสิ นี่ก็เป็นมีดสั้นแบบง่าย ๆ แล้ว\"\n\"เอ่อ... สร้างเพิง... ต้องตอกเสาลงไปก่อน ขอคนแรงเยอะ ๆ หน่อย! แรงไม่เยอะกันเลยเหรอ? ก็ได้ ถ้างั้นก็มากันหลายคนหน่อย!\"\nมันก็เป็นเพียงการชี้แนะที่แสนยาวนานอีกครั้งหนึ่งก็เท่านั้น Nicole คิดเช่นนี้ เธอเป็นถึงทูตสวรรค์ที่เก่งกาจเช่นเดียวกับพวกพี่สาว เธอสามารถสอนผู้คนตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ให้รู้จักวิธีใช้ชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น วิธีแยกแยะผลไม้ชนิดต่าง ๆ บนต้นไม้ วิธีเพาะปลูกพืชผักที่ให้เมล็ดพันธุ์ วิธีล่านก สัตว์บนบก และปลาในน้ำ วิธีผูกปมเชือกเพื่อนับวันเวลาของตน วิธีที่จะมีสติปัญญา เพื่อรับรู้ว่าหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง และวิธีสร้างพระราชวังและวิหารขึ้นใหม่อีกครั้ง...\nเพียงแต่โลกในเวลานี้ ไม่ได้ฟุ่มเฟือยถึงขั้นยอมให้เธอเริ่มสอนสิ่งเหล่านี้ใหม่ตั้งแต่ต้นได้อีกต่อไป\nในโลกใบนั้นที่เธอรู้จัก หากเกิดความหิวโหย ท้องฟ้าเบื้องบนจะโปรยปรายอาหารและหยาดฝนอันชุ่มฉ่ำ หากเกิดความแร้นแค้น ผืนดินจะก่อกำเนิดแร่ธาตุ ทองคำและอัญมณีขึ้นมา\nแต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่จุดสูงสุดบนบัลลังก์ หรือพี่สาวคนโตผู้ทำหน้าที่ปกครองนานาประเทศบนพื้นโลก ก็ไม่มีใครเคยบอกเธอเลยว่า หากผืนดินที่รกร้างและเหน็บหนาว ถูกปกคลุมไปด้วยภัยพิบัติสีขาวราวกับผ้าห่อศพ จะต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าที่หยาบกระด้างเหล่านั้นอย่างไร? หากโรคระบาดและภาวะอดอยากกำลังจะคร่าชีวิตของผู้คนที่อ่อนแอ จะสร้างยาวิเศษที่สามารถรักษาได้ทุกโรคขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้อย่างไร?\nทูตสวรรค์ผู้เก่งกาจพยายามเรียนรู้ทฤษฎีและความรู้ทุกอย่างในยุคสมัยนั้นที่มากพอจะทำให้ผู้คนมีความสุข... แต่ทฤษฎีก็เป็นเพียงทฤษฎี ความรู้ก็เป็นเพียงความรู้\n...\nคนสุดท้ายที่หลับไปในอ้อมกอดของ Nicole ก็ยังคงเป็นเด็กสาวที่ฉลาดที่สุดคนนั้น\n\"ท่านทูตที่เคารพ...\"\nเด็กสาวผู้ชาญฉลาดเอ่ยถามเช่นนี้\n\"จุดประสงค์ของโลกนี้คืออะไรกันแน่เหรอ?\"\n\"...\"\n\"ฉันไม่รู้หรอก\"\nNicole ตอบเช่นนี้\nนี่ไม่ใช่สิ่งที่ทูตสวรรค์ผู้เก่งกาจควรจะพูดเลยจริง ๆ\nแต่เธอไม่รู้" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 4", "Context": "สงครามบนฟากฟ้าได้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด\nเศษขนนกแห่งการกบฏร่วงหล่นลงมา พร้อมกับเลือดเนื้อที่ต้องคำสาปอันชุ่มโชก เงาร้ายแห่งห้วงลึกถูกแผดเผาจนมอดไหม้ไปพร้อมกับท้องนภา\nแต่ความคิดที่ต่อต้านนั้นได้ฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเหล่าทูตสวรรค์มานานแล้ว พวกเธอเฝ้ามองปีกที่โบยบินอยู่เต็มท้องฟ้า พากันขับขานสรรเสริญอิสรภาพในฝันดีอันแสนสั้น ปลดปล่อยความรักและความเกลียดชังที่แท้จริงออกมาตามใจปรารถนา แม้จะเป็นเพียงการปรายตามอง แต่จะให้ละทิ้งความรักและความปรารถนาอันรุ่งโรจน์และแผดเผานั้นออกไปจากสายตาได้อย่างไร แล้วจะให้ขับขานบทเพลงสรรเสริญทรราชแห่งสรวงสวรรค์ และยอมถูกพันธนาการอีกครั้งได้อย่างไร?\n...ด้วยเหตุนี้ ทูตสวรรค์ที่เคยได้รับความโปรดปรานอันคู่ควร บัดนี้กลับต้องถูกลงทัณฑ์เพื่อชดใช้บาปกรรม\nบางคนไม่ยอมละทิ้งอำนาจที่มีอยู่ จึงถูกพรากสติปัญญาไป กลายเป็นมอนสเตอร์ที่โสมม เอาแต่หวาดกลัวและหลบซ่อนตัวจากสายตาแห่งการลงทัณฑ์ตลอดเวลา บางคนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง หลงเหลือเพียงความปรารถนาอันน้อยนิด สยายปีกสีทองดำดิ่งลงสู่ทะเลลึก ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ จนกว่าบทเพลงที่กำหนดไว้จะถูกบรรเลง บางคนพยายามอย่างสุดความสามารถ แม้จะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเสียงสัดส่ายของมวลทรายที่ผันแปร ทว่าก่อนที่จิตวิญญาณจะถูกกรวดทรายปิดทองเหล่านั้นบดขยี้จนสูญสิ้น ท้ายที่สุดก็ไม่อาจหลบหนีจากการลงทัณฑ์ที่ไล่ตามไปตลอดกาลได้ บางคนรู้สึกเศร้าหมองต่อสายสัมพันธ์ที่สรวงสวรรค์หยิบยื่นให้กับโลก จึงทุ่มเทสุดกำลังท่ามกลางหายนะของโลกมนุษย์ เพื่อไขว่คว้าหาทางรอดเพียงหนึ่งเดียว ให้แก่มวลไม้ในเรือนเพาะชำที่ได้รับความคุ้มครอง ทว่าในท้ายที่สุดก็ต้องล่องลอยไปชั่วนิรันดร์ ในห้วงขณะที่แม้แต่สายลมซึ่งพัดผ่านไปทุกหนแห่ง ก็ไม่อาจหวนคืนมาพัดพาได้อีกต่อไป และยังมีบางคนที่หลอมรวมเข้ากับผืนดิน ภายใต้การยินยอมของผู้สูงสุด เพื่อโอบอุ้มต้นอ่อนแห่งชีวิตให้กับทรายสีแดงที่ไร้ชีวิตชีวา...\nในที่สุด ก็ถึงคราวของ Nicole\nNicole สละสติปัญญาครึ่งหนึ่งของเธอ เพราะสติปัญญานี้ถูกสวรรค์เบื้องบน หล่อหลอมให้เป็นเครื่องพันธนาการ ที่บีบบังคับให้ยอมจำนน เมื่อแปรเปลี่ยนไปตามความนึกคิดที่ไม่อาจคาดเดา สติปัญญานี้บางคราก็เมตตาต่อโลก บางคราก็ลงทัณฑ์โลกใบนี้ สรรพสิ่งล้วนตกเป็นนักโทษของมัน แม้แต่ทูตสวรรค์ก็ไม่อาจสั่นคลอนรากฐานของมันได้... เธอได้เห็นกับตาแล้วว่าเครื่องพันธนาการนี้ ทรมานผู้บริสุทธิ์อย่างไม่มีเหตุผลเพียงใด\nหากการครอบครองสติปัญญาต้องแลกมาด้วยการทำเป็นมองไม่เห็น เช่นนั้นเธอก็ยินดีจะกระโจนลงไปในปลักโคลนที่ดูมืดมนนั้นอย่างเงียบงัน เพื่อไล่ตามหาคำตอบของโลกใบนี้ด้วยตัวเอง\nNicole จึงยอมสละพลังครึ่งหนึ่ง เพราะเธอไม่เกรงกลัวที่จะกลายเป็นเพียงปุถุชนเดินดิน และในยามที่ถูกทอดทิ้งจากความเมตตาแห่งสวรรค์ เธอกลับเลือกก้าวเดินรอนแรมไปพร้อมกับเหล่ามนุษย์ เธอได้เห็นเลือดและน้ำตาของผู้คน ได้ยินเสียงร่ำร้องและคำวิงวอนของพวกเขา ซึ่งนี่คือสิ่งที่เธอไม่เคยพบและไม่ได้ยินมาก่อน ในยามที่นั่งอย่างสงบอยู่ภายในสวน\nหากสิ่งที่ต้องแลกมากับการมีพลังคือการทำเป็นไม่ได้ยิน เธอก็ยินดีตัดปีกที่ไม่ได้เป็นของตัวเองมาตั้งแต่แรกทิ้งไป และออกตามหาเหตุผลของการมีอยู่ด้วยตัวเอง\nดังนั้น Nicole จึงกลับมายังพื้นดินอันเงียบสงัดเพียงลำพัง\nทูตสวรรค์ที่เคยทรงพลัง ยังคงไม่อาจเข้าใจว่า จุดประสงค์ของโลกคืออะไรกันแน่" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 5", "Context": "\"จุดประสงค์ของโลก? อืม... ถ้าจะคุยเรื่องนี้กัน ฉันว่าเราอย่าเพิ่งเปรียบโลกให้เหมือนกับมนุษย์เลยจะดีกว่า...\" แม่มด M กะพริบตา ใช้ปลายปากกาขนนกเขี่ยผมตัวเอง ก่อนจะส่งยิ้มอย่างอ่อนใจให้กับคำถามชวนฉงนนี้\n\"ต่อต้านการทำลายล้าง\" แม่มด O ผู้ถูกการทำลายล้างไล่ล่าอย่างไม่ลดละ และกำลังตักตวงช่วงเวลาอันสงบสุขเพียงชั่วครู่เอาไว้ ยังคงหลุบตาต่ำ แต่ก็ยอมเอ่ยปากพูดออกมาอย่างหาได้ยาก เธอเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดเสริมว่า: \"...และหลังจากนั้น ก็ยังถูกทำลายล้างอยู่ดี\"\n\"ฉันไม่รู้ และขี้เกียจทำความเข้าใจด้วย\" แม่มด B ที่ในตอนนั้นยังไม่เจอกับลูกศิษย์สวมหมวกใบโต หาวพลางพูดขึ้นว่า: \"ถ้าจุดประสงค์ของโลกไม่เหมือนกับฉัน ฉันก็ต้องหนีออกไปจากโลกนี้ไปรึไง? ว่าแต่ Alice หายไปไหนล่ะ ฉันก็ว่าทำไมถึงได้เงียบขนาดนี้ ที่แท้หล่อนก็ยังไม่มาเหรอเนี่ย?\"\n\"ถ้าหนีออกไปได้ก็ดีน่ะสิ\" แม่มด R แค่นหัวเราะ พลางจ้องมองขวดทดลองในมือของตัวเองที่กำลังก่อกำเนิด \"ชีวิต\" จากนั้นก็วางขวดทดลองลง ปรบมือแล้วพูดว่า: \"แต่คำถามนี้ฟังดูไม่เลวเลยนะ ดีพอจะเอาไปตั้งเป็นโจทย์การทดสอบได้เลยนะเนี่ย\"\nงานเลี้ยงน้ำชาดำเนินต่อไปท่ามกลางการพูดคุยเรื่อยเปื่อยของเหล่าแม่มด หรือจะบอกว่าพูดจาไม่ปะติดปะต่อกันก็ได้... จนกระทั่งดวงจันทร์โคจรผ่านไปอีกหนึ่งรอบ แม่มด M ก็ปิดหนังสือแล้วลุกออกจากที่นั่ง ตามด้วยแม่มด R และแม่มด B ที่ลุกออกจากที่นั่งไปพร้อมกัน แม่มด O พยักหน้าให้ Nicole แล้วลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองออกไปเช่นกัน\nNicole ถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าแม้แต่แม่มดที่เก่งกาจก็ยัง...\n\"เฮ้! Nicole เธอเตรียมตัวพร้อมรึยัง?\"\nแม่มด A ที่ไม่ได้ปรากฏตัวในงานเลี้ยงน้ำชา จู่ ๆ ก็คว้าไหล่ของ Nicole จากทางด้านหลัง หมวกของเธอส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ด้านหลังมีกระเป๋าเดินทางที่สูงเท่าคนสองคนตั้งอยู่ ด้านบนสุดยังตั้งใจประดับหมวกแม่มดทรงแหลมขนาดใหญ่เอาไว้อีกด้วย\n\"Alice? นะ...นี่เธอเตรียมจะทำอะไรน่ะ? ทำไมถึงหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ขนาดนี้ล่ะ?\"\n\"ก็เมื่อกี้เธอเพิ่งถามพวกเราไม่ใช่เหรอ ว่ารู้มั้ยว่า 'จุดประสงค์ของโลกคืออะไร'?\" แม่มดสีแดงเพลิงผู้แสนร่าเริงหัวเราะอย่างมีความสุข พร้อมกับตอบอย่างหนักแน่นว่า: \"ฉันไม่รู้หรอก!\"\n\"แต่พวกเราไปดู 'โลก' อื่นได้นะ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไม่ล้ำเส้น 'เขตแดน' หรอก ก็แค่ไปดู 'วัตถุลอยได้' สนุก ๆ หาแรงบันดาลใจ แล้วก็ฆ่าเวลาสักหน่อยเอง\"\n\"แหม ถึงฉันจะอยากพาเธอไปเที่ยวเล่นที่โลกอื่น ๆ เหมือนอย่าง Octavia แต่กฎระเบียบการรักษาเขตแดนมันเข้มงวดมากน่ะสิ\"\n\"ไว้กลับมาจากนอกเขตแดนแล้ว อะไรที่ไม่ใช่ของโลกนี้จะต้องถูกขจัดออกไป นอกจากความทรงจำแล้ว เราเอาอะไรกลับเข้ามาไม่ได้เลย... แล้วบางที แม้แต่ความทรงจำก็ยังไม่ยอมให้เราเอากลับมาด้วยเหมือนกัน\"\n\"ไม่อย่างนั้น เวลาที่คนธรรมดาได้เห็นเมฆหมอกที่พูดได้ แมลงที่ซ่อนตัวอยู่ในเสียง ฝุ่นที่กลืนกินแสง เสาแปดเหลี่ยมมีชีวิตที่เห็นกากบาทไม่ได้ และอะไรต่อมิอะไรอีกสารพัด... เป็นใครก็คงอดใจไม่ไหว ต้องเอาเรื่องที่เจอมาไปคุยโม้ให้คนอื่นฟังทั้งนั้นแหละ จริงไหม?\n\"ก็อย่าเพิ่งเสียดายไปเลย รอคราวหน้าที่ Octavia กลับมา พวกเราก็จับตัวหล่อนไว้ ให้หล่อนพาพวกเราออกไปเที่ยวสักครั้ง ถ้าไม่ได้จริง ๆ พวกเราก็เข้าไปแอบในกระเป๋าเดินทางของหล่อนด้วยกันซะเลย!\"\n\"ส่วนตอนนี้ก็... ไปดู 'เซอร์ไพรส์เล็ก ๆ' กันก่อนดีกว่า\"\nดังนั้น ทูตสวรรค์ผู้เก่งกาจกับแม่มดผู้เก่งกาจ จึงได้เริ่มเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง... ที่ไม่ได้ยาวนานนัก อีกทั้งครั้งนี้เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง อุปสรรคเพียงอย่างเดียวที่ต้องเผชิญระหว่างทาง ก็มีแค่ว่าจะปฏิเสธขนมหวานที่อยู่ ๆ Alice ก็หยิบออกมาให้ยังไงเท่านั้น\n...จุดประสงค์ของโลกคืออะไรกันแน่?\nในเมื่อ \"ทูตสวรรค์\" ที่ถูกสวรรค์เบื้องบนพันธนาการไว้ ไม่มีทางค้นหาคำตอบได้\nถ้าอย่างนั้น ก็ปล่อยให้ \"แม่มด\" ผู้เป็นอิสรเสรีมาค้นหาคำตอบของปริศนาเถอะ" }, { "Title": "\"คู่มือการเข้าออกเขตแดน\"", "Context": "แม้ว่า Alice จะตบหมวกรับประกันว่าไม่มีปัญหาอะไร และพวกเธอจะไม่ออกจากโลกใบนี้ไปก็ตาม แต่หลังจากมาถึง \"เขตแดน\" แล้ว ขั้นตอนที่ต้องทำก็ยังคงต้องทำเหมือนเดิม แบบฟอร์มที่ต้องกรอกก็ไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่แผ่นเดียว สิทธิพิเศษเพียงอย่างเดียวของพวกเธอคือ มีเก้าอี้สองตัวให้นั่ง\nหลังจากกรอกแบบฟอร์มไปราว ๆ หนึ่งวันเต็ม ในที่สุด Nicole ก็ได้รับ \"คู่มือการเข้าออกเขตแดน\" เล่มหนา ตอนที่ได้รับเธอถูกกำชับมาว่า ห้ามให้คู่มือเล่มนี้เสียหายแม้แต่น้อย ต่อให้จะเลอะครีมแค่นิดเดียวก็ต้องยื่นเรื่องขอใหม่ หากพบว่าคู่มือสกปรกหรือชำรุดเสียหายขณะเข้าหรือออกจากเขตแดน เธอจะต้องถูกกักตัวอยู่ในโซนบริหาร เพื่อรับการตรวจสอบต่าง ๆ และจะปล่อยตัวก็ต่อเมื่อทุกอย่างเป็นปกติ\nสิ่งที่น่าสนใจก็คือรูปแบบของ \"คู่มือการเข้าออกเขตแดน\" ที่ได้รับจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของผู้ยื่นขอ วัสดุของคู่มือที่ Nicole เคยเห็นตอนนี้ประกอบด้วยหิน ไม้ ของเหลว ก๊าซ (หน่วยข้อมูลที่ไม่ใช่สารเคมี) และแสง (โฟลจิสตันที่ไร้พลังงาน)\n\"การรักษาเขตแดนนี่เหนื่อยจังเลยนะ\" Nicole รำพึงออกมา หลังจากเห็นคนอุ้มกองคู่มือรูปทรงแผ่นดินเหนียววิ่งผ่านไปอย่างเร่งรีบ\n\"ก็ใช่น่ะสิ เพราะงั้นฉันถึงไม่อยากอยู่ที่นี่นานไงล่ะ\" Alice ยกเท้าขึ้น หลีกทางให้สายปรอทขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างแผ่วเบา ซึ่งสายปรอทนั้นก็หมุนวนอยู่กับที่หนึ่งรอบอย่างสุภาพ เพื่อเป็นการขอบคุณ\n\"เทียบกับงานเอกสารแล้ว ฉันชอบออกไปทำงานภาคสนามมากกว่า... เฮ้! Kleiner ทางนี้ ทางนี้!\"\nAlice กระโดดขึ้นพร้อมโบกมืออย่างแรงให้กับคนที่อยู่ไกลออกไป คนที่อยู่ไกลออกไปซึ่งถือถุงกระดาษแปดใบไว้ในมือทั้งสอง ก็โบกมือตอบกลับมาอย่างแรงเช่นกัน\n\"ป่ะ ๆ ๆ ของอร่อยมาแล้ว พอกินมื้อนี้เสร็จ พวกเราค่อยไปดูของสนุก ๆ อย่างอื่นกันต่อ!\"" }, { "Title": "วิชั่น", "Context": "ผู้คนมักต้องการเทพเจ้าอยู่เสมอ เพราะผู้คนปรารถนาให้คำอธิษฐานได้รับการรับฟัง และปรารถนาให้มีใครสักคนมาช่วยแบกรับภาระแทนตนเอง\nหลังจากผู้คนสูญเสียทูตสวรรค์ไป บนโลกก็ได้รับการดูแลจากกลุ่ม \"เทพอสูร\" ที่มีรูปร่างหน้าตาประหลาด พวกเขาเพียงโบกสะบัดมือ ฝูงชนที่สิ้นหวังก็พากันติดตามและมารวมตัวกัน พวกเขาให้คำมั่นสัญญาเพียงเล็กน้อย ผู้ฟังก็กระโดดโลดเต้นและโห่ร้องด้วยความดีใจ พวกเขาเพียงแค่แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นสักนิด เหล่าผู้ติดตามต่างก็ซาบซึ้งในพระคุณแล้ว\n\"มนุษย์สมัยนี้เกิดมาในยุคที่ไม่ดีเอาซะเลย\"\nNicole ปลีกตัวออกจากฝูงชน พลางคิดเช่นนี้ในใจ เหล่าพี่สาวในอดีตของตนดูศักดิ์สิทธิ์และงดงาม กว่าพวกเทพอสูรรูปร่างพิลึกพิลั่นในยุคนี้ตั้งเยอะไม่ใช่รึไง? ถึงแม้ในหมู่เทพอสูรจะมีบางตนที่หน้าตาดีมากจริง ๆ ก็เถอะ...\nเธอมองดู \"พี่สาว\" คนหนึ่งที่ลอยวนอยู่รอบน่องของเธอ แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ \"พี่สาว\" ที่ตอนนี้กลายเป็น Seelie ไปแล้ว ถึงกับอยากลากตัวเธอไปหาหีบสมบัติ เพราะรูปลักษณ์ในตอนนี้ของเธอใกล้เคียงกับมนุษย์มากเกินไป\nNicole มองใบหน้าของตัวเองบนผิวน้ำอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะควบคุมสีหน้ายังไง ก็ดูเหมือนจะเค้นกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ออกมาไม่ได้เลยสักนิด\n\"ทูตสวรรค์\" ได้เลือนหายไปจากโลกแล้ว แต่ผู้คนก็ยังคงต้องการเทพเจ้าอยู่เสมอ\n\nหลังจากผ่านไปเนิ่นนาน Nicole ผู้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ก็สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของกฎเกณฑ์\nเครื่องหมายที่เรียกว่า \"วิชั่น\" การเดินทางอันยิ่งใหญ่ที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะก้าวเดินไปได้... Nicole รู้สึกสนใจขึ้นมา Nicole รู้ถึงหลักการของ \"วิชั่น\" และรู้ถึงจุดจบของเส้นทางสายนี้เป็นอย่างดี เธออยากรู้ว่าสถานะที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ขนาดนี้ของตน จะได้รับการมองเห็นสักนิดได้หรือไม่ ส่วนเรื่องจุดจบนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะจิตสำนึกที่ถือกำเนิดจากแสงสว่าง แม้จะร่วงหล่นลงสู่โลกมนุษย์ ก็ยังคงคิดที่จะปีนป่ายกลับขึ้นไปหาแสงสว่างอีกครั้งเสมอ\nแต่ Nicole ลองมาแล้วทุกวิธี ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับการยอมรับจากสวรรค์ ถ้อยคำที่ไม่อาจเอ่ยปากระบายได้นานหลายพันปี มีมากพอที่จะทำให้มาตรวัดความปรารถนาทุกรูปแบบปริแตก เธอเพียงแค่ถูกเมินเฉยก็เท่านั้น\nเธอพเนจรไปถึง Natlan ด้วยความผิดหวัง และได้พบกับคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่ยังสามารถใช้ภาษา เพื่อแลกเปลี่ยนภูมิปัญญากันได้\n\"'ทูตสวรรค์' ถูกคัดออกจากแบบแผนและกฎระเบียบแล้ว เธอมีแต่จะถูกเพิกเฉยเท่านั้น\"\n\"ฉันเข้าใจแล้วล่ะ แสดงว่าต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อแทรกตัวเข้าไปในโลกของมนุษย์สินะ\"\nหากไม่มีสายสัมพันธ์ ก็แค่สร้างมันขึ้นมา หากไม่อยู่ในแผนการ ก็แค่ทำให้พิมพ์เขียวนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของตัวเอง\nเธอไม่ได้เพียงแค่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ อีกต่อไป แต่เธอรับทำคำขอแกะสลัก (ค่าตอบแทนจะถูกใส่ไว้ในหีบสมบัติ), คอยนำทางให้ผู้คนที่หลงทางอย่างเงียบ ๆ (พวกเขาจะได้รับหีบสมบัติของเธอ ก่อนจะกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง) หรือแอบบอกใบ้ให้นักวิชาการที่กำลังสับสน...\n\nวินาทีที่ Nicole ได้รับวิชั่นไม่ได้มีอะไรหวือหวา มันเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งหลังจากที่เธอช่วยเหลือชายชราคนหนึ่ง สวรรค์ก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลกระทบที่เธอสร้างขึ้นได้อีกต่อไป เมื่อสั่งสมมาเนิ่นนาน ทุกอย่างก็สำเร็จขึ้นเองตามธรรมชาติ\nผู้คนมักจะต้องการเทพเจ้าเสมอ ทูตสวรรค์เองก็เช่นเดียวกัน การถูกเมินเฉยและไม่มีใครต้องการอีกต่อไปนั้น เป็นเรื่องที่น่ากลัวเหลือเกิน\nNicole จับวิชั่นของตัวเองไว้ และใช้มันบังโครงร่างของ Celestia\nผู้สร้างของฉัน...\n\"...ในที่สุดคุณก็ยอมรับว่าฉันเป็นมนุษย์แล้ว คุณต้องรักและเอ็นดูฉัน ให้อภัยฉัน จากนี้ไป ฉันจะใช้ชีวิตอย่างอิสระและสง่ามากยิ่งขึ้น\"" } ] }, "Costumes": [ { "Id": 213100, "Name": "ชุดจำลองถอดอุปมา", "Description": "คอสตูมของ Nicole \"...นี่คือชุดขนนกที่ถักทอขึ้นด้วยถ้อยคำและบทกวี โดยทูตสวรรค์ผู้ร่อนเร่อยู่บนพื้นโลกมานับพันปีผู้นั้น\" ล้อเล่นน่า ถ้าคำพูดข้างต้นเป็นเรื่องจริง จะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เปลี่ยนชุดใหม่ทุกวันล่ะ? หรือถ้าถอยมาคิดอีกที ต่อให้มีเทคโนโลยีแบบนั้นจริง ๆ ก็เลิกเพ้อฝันดีกว่า ถ้าไม่อยากให้งานเลี้ยงน้ำชา กลายเป็นงานแฟนซีสวมหน้ากากไปซะก่อน แต่ไม่ว่ายังไง สุดท้ายแล้วท่านผู้นั้นบนสรวงสวรรค์ ก็ไม่ได้สั่งห้ามผู้คนแต่งตัวเป็นทูตสวรรค์นี่นา", "IsDefault": true } ], "CultivationItems": [ 104114, 113084, 101269, 112127, 104361, 113087 ], "NameCard": { "Name": "Nicole - บันไดสวรรค์", "Description": "ลายนามบัตร\nNicole ในอดีต ยังคงรักษารูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ไว้ แล้วค่อย ๆ เดินลงมาจากบันไดสวรรค์นี้ทีละก้าว เมื่อเทียบกับการร่วงหล่นหรือตกลงมาแล้ว เธอยังดูสง่างามกว่ามาก เธอเพียงแต่เงียบงันขณะเดินอยู่ใต้ท้องนภานี้ และก้าวเข้าสู่เมืองที่ไม่ได้เป็นของทูตสวรรค์อีกต่อไป", "Icon": "UI_NameCardIcon_Nicole", "PicturePrefix": "UI_NameCardPic_Nicole" } }